สังขยาทำเอง กิจกรรมยามว่างกับคุณแม่

ตั้งแต่กลับถึงบ้าน(ชุมพร)ในวันศุกร์ที่ 8 ก็แทบจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่แต่ในห้องตัวเอง อยู่แต่กับ Workspace ของตัวเองและทำงานตลอด ได้ลงมากินข้าวและคุยกับครอบครัวบ้าง วันจันทร์ที่ 11 เลยตัดสินใจทำตัวว่างทั้งวัน ชวนแม่ทำกิจกรรมนู่นนี่และหนึ่งในนั้นก็คือ… ทำสังขยากินกันเอง! บ้านเราไม่ชอบไปซื้อสังขยาตามตลาด เพราะเขาจะใส่แป้งลงไปเยอะ ลดต้นทุนเขา ก็เลยไปซื้อวัตถุดิบกันมาเตรียมเข้าครัวสองคนแม่ลูก จะได้ทำสังขยากินแบบใส่วัตถุดิบกันได้เต็มที่ เพราะทำกินกันเองในครอบครัว ให้พ่อให้น้องกินด้วย คำเตือน: ไม่ได้จะมาเขียนสูตรอาหาร แค่บันทึกกิจกรรมที่ทำกับแม่ ใช้ iPhone 5s ถ่าย การตวงการวัดปริมาตรก็ไม่มีนะ ทำไปชิมไป พอคิดว่าอร่อยกันแล้วก็แค่นั้นแหละ (แม่หยิบอะไรเท่าไหร่ก็คือตามนั้น แฮ่) คนที่เข้ามาแล้วหวังจะได้ตัวเลขเป๊ะๆ คุณเข้าผิดบล็อกแล้วค่ะ (ฮา) มาเริ่มกันเลยดีกว่า   เริ่มแรกเราก็ต้องเตรียม ตะกร้อตีไข่ ที่บ้านไม่ได้ใช้เครื่อง ทำแบบนี้กันมาตลอด บริหารกล้ามแขน!   หม้อ รอผสมวัตถุดิบ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ กะทิ โดยพวกเราเน้นใช้ หัวกะทิ ค่ะ   มีตะกร้อตีไข่ก็ต้องมี ไข่ไก่ เราก็ตอกให้พอดีกับกะทิที่มี   เครื่องปรุงก็มี…

ประสบการณ์แรกกับฟันคุด

เรื่องของเรื่องคือเราปวดฟันคุดมาได้พักใหญ่แล้ว แถมตอนแรกไม่รู้อีกว่ามันคือปวดฟันคุด คิดว่าปวดราก เพราะว่าฟันซี่สุดท้าย (ฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาแล้วแต่ยังมีเหงือกคุมอยู่นิดหน่อย) มีร่องรอยการผุดำเยอะมาก (มาก!) เราก็เลยไปหาหมอฟัน ไปให้ตรวจพร้อม X-Ray ฟัน หมอเขาก็บอกว่าที่เรากำลังปวดอยู่คือฟันคุดต่างหาก แต่หมอบอกว่าของเรายังโชคดี เป็นเคสง่าย ผ่าเหงือกออกนิดเดียวเท่านั้น เผลอๆถ้าโชคดีกว่านั้นอาจแค่ถอนก็สามารถเอาฟันคุดออกได้ แต่ยังผ่าตอนนี้ไม่ได้ เพราะต้องกินยารอจังหวะให้มันหายปวดก่อน โอเค… เป็นอันว่าต้องกิน Ibuprofen ติดต่อกันอยู่ประมาณครึ่งเดือนถึงจะหาย แม่ก็เลยแนะนำให้มาผ่าฟันคุดตอนช่วงกลับบ้านต่างจังหวัดเลยละกัน ซึ่งวันนั้นก็คือเมื่อวาน (10 เม.ย.) ก่อนเข้าห้องเพื่อขึ้นเขียงนี่เราตั้งมั่นไว้เลยว่า แม่ง… เสร็จแล้วจะกลับไปเขียนบล็อก เก็บไว้อ่านว่านี่คือวันแห่งการถอนฟันคุดครั้งแรกของฉัน!! พอดีหมอคนเนี้ย เป็นหมอที่ทำฟันให้เราตั้งแต่เรายังอยู่ประถม เขาก็รู้อ่ะนะว่าเราค่อนข้างหวาดเสียวกับอะไรแบบนี้ (เรียกง่ายๆว่า กลัว ก็ได้วะ) เขาก็เริ่มชวนเราคุยละ เพื่อทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง (จริงๆก็ไม่ได้ผ่อนคลายอะไรขึ้นมา ฮือ) พอเขาเช็คฟัน เขาก็เริ่มอธิบาย หมอ: เหย นี่โชคดีนะเนี่ย หมอว่าแค่ถอนก็เวิร์คแล้วนะ เรา: จริงเหรอคะ!! (ตกใจที่ตัวเองมีโชคกับเขาด้วยวุ้ย คือเพิ่งซวยมาหลายเรื่องติดกันช่วงนี้) หมอ: ใช่ เรามาเริ่มจากง่ายไปยากนะ จะถอนให้ก่อน ไม่ได้ก็คงต้องผ่าเหงือกให้เปิดนิดนึง…