Reflection on My Beloved 2013

คิดอยู่ว่าจะเขียนบล็อกแรกเกี่ยวกับอะไรดี สุดท้ายก็ตัดสินใจเขียนสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2013 เป็นของขวัญปีใหม่ 2014 ให้ตัวเองเลยนี่แหละ เพื่อให้ตัวเองในอนาคตกลับมาอ่าน

ปีนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา สำหรับเรามันเป็นปีที่ดีและสำคัญมากๆ คำว่า “ปีที่ดี” ไม่ได้หมายความว่า ปี 2013 มีแต่สิ่งดีๆ แต่มันเต็มไปด้วยทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี หลากหลายสีสันผสมผสานรวมกัน เป็นปีที่เราจะจดจำไปตลอด ไม่มีทางลืม

 

– สิ้นสุดชีวิตปริญญาตรี –

เราเดินมาถึงเส้นทางสุดท้ายที่เราเลือกมาตลอด 4 ปี และปีสุดท้ายมันเหนื่อยมาก เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนติดกันนานสุดๆแล้ว และมันก็ยากค่ะ ไม่มีจุดที่เรียกว่าง่ายเลยตลอดช่วงเวลานั้น แต่มันก็ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถ “สร้างและพัฒนา” บางสิ่งบางอย่างให้มันจับต้องได้

ปัจจุบันและอนาคต เราอาจได้พัฒนาซอฟต์แวร์มากมายหลายตัว แต่ 1 ในโปรเจคท์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกนอกจาก Senior Project ที่เป็นโปรเจคท์จบปริญญาตรีของเรา

“Someone who is able to move forward with you at the same speed.”

เราทำโปรเจคท์นี้คู่กับเพื่อน Pikanate Nakjan ช่วงระยะเวลาที่ทำ เราทั้งสองคนมีทั้งความเห็นที่ตรงกันและแตกต่าง เหนื่อยร่วมกัน แง่งใส่กัน แต่มันก็มีเสียงหัวเราะและความสนุกสนานตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกัน ขอบคุณแกมากๆจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ เรามาสร้างสรรค์อะไรเจ๋งๆด้วยกันอีกนะ

“Someone who teaches you more than just knowledge.”

อาจารย์ ดร.สุกัญญา รัตโนทยานนท์ ผู้ซึ่งเป็นมากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษา คอยตามรับตามส่งช่วงที่ทำ Senior Project พาไปเลี้ยงข้าว เล่นเกมด้วยกัน บางเวลาก็โดนลูกศิษย์อย่างเราดุเรื่องสุขภาพอยู่ตลอด สิ่งที่อาจารย์ให้นั้นมากกว่าการสอนหรือคำแนะนำในการทำโปรเจคท์จบ ทุกวันนี้อาจารย์ยังคงเป็นมากกว่าอาจารย์สำหรับเราอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคุยกันตลอด ยังให้คำปรึกษา ไปเที่ยวด้วยกัน ชวนไปดูหนัง โชคดีมากๆที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์สำหรับทุกอย่างนะคะ

 

– ปริญญาใบแรก –

เราจับวันรับปริญญาขึ้นหิ้งเป็น 1 ในวันสำคัญของชีวิตเราไปแล้ว มันรวมความเหน็ดเหนื่อยและความสำเร็จของเราอยู่ในใบปริญญาใบนั้น วันที่เราภูมิใจและมีความสุขชนิดที่รู้สึกว่าคำศัพท์ที่จะเอามาใช้บรรยายความรู้สึกได้มันน้อยไป ได้เห็นใบหน้าครอบครัวที่ภาคภูมิใจในตัวเรา ก็ตระหนักได้ว่าที่พยายามมาทั้งหมด มันไม่ใช่เพื่อตัวเราคนเดียว และทั้ง Commencement Day ทั้ง Rehearsal Day มันเหนื่อยมาก แต่ดีใจมากๆเลยนะ เราได้พบปะเพื่อนๆมากมาย รุ่นพี่รุ่นน้อง คนรู้จักที่ให้ความสำคัญและสละเวลามาร่วมแสดงความยินดี แค่ได้เห็นพวกเขา ได้ถ่ายรูป ได้พูดคุยกันไม่กี่นาทีเราก็ดีใจมาก ไม่รู้ว่าจะรู้ตัวกันมั้ย แต่สิ่งที่ทุกคนทำ มีความหมายมากสำหรับเรา ขอบคุณ ณ ตรงนี้อีกครั้งนะคะ

“Stay hungry. Stay foolish.” – Steve Jobs

หลังรับใบปริญญาจากพระหัตถ์ของเจ้าฟ้าชาย เรารู้สึกถึงความหนักของใบปริญญาเบาๆใบนั้น เรากำลังจะก้าวไปอีกขั้น มันไม่ได้สิ้นสุดที่แค่การเรียนจบ มันไม่ใช่ The End สำหรับก้าวแรกของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันเป็น The Beginning ที่ผ่านมามันยังไม่พอ การเรียนรู้มันไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะ ยังมีอะไรที่เราต้องพัฒนาในทุกๆวัน เพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้ตัวเองในทุกๆวัน และเราจะไม่หยุดที่จะพัฒนา ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เป็นคำสัญญาที่เราให้ไว้กับตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้เรายังทำมันอยู่ และจะทำต่อไปค่ะ

 

– การตัดสินใจครั้งแรกหลังเรียนจบ –

นอกจากจะตัดสินใจเรื่องเลือกที่จะไม่เรียนต่อปริญญาโททันทีทันใด เพราะอยากทำงานหาประสบการณ์ก่อนไปสัก 2-3 ปี (หรือมากกว่านั้น) ไปแล้ว เรายังต้องตัดสินใจเรื่องการเลือกที่ทำงานหลังจากนั้น เราส่ง Resume ไปหลายๆที่ ซึ่งได้รับการตอบรับและไปสัมภาษณ์จนผ่าน นอกจากนั้นยังได้ถูกชักชวนไปที่อื่นๆอีก มันเป็นจุดเปลี่ยนค่ะ เป็นจุดที่เราต้องตัดสินใจ ชั่งน้ำหนักเหตุผลในการตัดสินใจของตัวเองอย่างไร แบบไหนเราจะเริ่มชีวิตทำงานได้อย่างโอเคกับตัวเองที่สุด เรียกได้ว่าคิดหนัก ถึงกับต้องคิดทุกคืนก่อนนอน และเก็บเอาไปฝัน มันทำให้เข้าใจว่า การที่มีตัวเลือกที่ต้องตัดสินใจเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เครียดน้อยลงเลยนะ เราเครียดมากถึงมากที่สุด!!!

 

– ชีวิตทำงานและวงการซอฟต์แวร์ –

หลังจากเราตัดสินใจได้ และเริ่มทำงาน ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของจริง ออกจากรั้วมหาวิทยาลัย โลกมันกว้างขึ้น ต่อให้ตอนอยู่มหาลัย จะพยายามออกหาประสบการณ์นอกมหาลัยมากเท่าไหร่ การที่ได้ออกมาเต็มตัวจริงๆ มันกว้างกว่านั้นมาก และตัวเราจะเล็กลงเยอะ

“Surround yourself with people way smarter than you. That is the only way you will be challenged to grow.”

โมเมนท์ที่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองชำนาญ ตัวเองรู้ มันช่างน้อยนิด เล็กกระจ้อยร่อยเสียกระไร มันเรียกว่าเป็นปัญหารึเปล่า? สำหรับเรานั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ มันคือ “โจทย์” ที่มาพร้อมกับ “โอกาส” เวลาที่ตัวเราเล็กลง โลกจะกว้างขึ้น แปลว่าเราจะสามารถสูบความรู้ได้มากเท่าไหร่ก็ได้ เราชอบเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมคนเก่งๆในวงการ เก่งกว่าเราเยอะยิ่งดี มันยิ่งทำให้เราเรียนรู้จากพวกเขาได้มากเท่านั้น มันทำให้พัฒนาตัวเองได้แบบก้าวกระโดด อย่ากลัวที่จะไม่รู้ค่ะ ถามตัวเอง อยากไม่รู้อยู่แบบนั้น หรืออยากรู้มากขึ้น อย่ากลัวที่จะถามหรือเข้าหาคนที่เก่งกว่าตัวเอง อย่ากลัวที่จะรู้สึกด้อยกว่า คนเหล่านั้นนั่นแหละคือคนที่จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้มากกว่าที่กำลังเป็นตอนนี้

ขอบคุณคนในวงการซอฟต์แวร์หลายๆคน ทั้งเพื่อนวัยเดียวกัน รุ่นพี่ ผู้ใหญ่หลายๆคนที่คอยแนะนำ ให้คำปรึกษา สอนในสิ่งที่เราไม่รู้ เติมความรู้และประสบการณ์ให้เราอยู่เสมอ ทำให้เรามองเห็นรายละเอียดในสิ่งที่เราเคยมองข้าม สิ่งเล็กๆน้อยๆที่แท้จริงแล้วนั้นช่างสำคัญ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

 

– การเดินทาง –

ในปี 2013 เราเดินทางไปต่างประเทศ 2 ครั้ง ครั้งแรกไปประเทศญี่ปุ่น ช่วงปลายเดือนมกรา ด้วย Passion ที่อยากไปญี่ปุ่นมันหยุดไม่อยู่ เราก็เดินทางไปญี่ปุ่นช่วงที่ทำ Senior Project นั่นแหละ

“Travel as much as you can. You will come back with a wider perspective of the world.”

ไม่กลัวทำไม่ทัน? ไม่ค่ะ เพราะการไปเที่ยวครั้งนั้นแหละ ทำให้เรากลับมาและมีพลังในการปั่น Senior Project มากกว่าเดิม ออกไปในที่ๆไม่เคยไป เห็นอะไรที่แตกต่าง เกิดไอเดียมากขึ้น มุมมองกว้างขึ้น ทุกอย่างเอามาประยุกต์ใช้ได้หมด อยู่ที่ว่าเราใส่ใจในรายละเอียดของมันแค่ไหน

“If you walk the footsteps of a stranger, you’ll learn things you never knew, you never knew.” – Pocahontas

การเดินทางครั้งที่ 2 ของเราคือไปประเทศสิงคโปร์ ครั้งนี้เราไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ช่วงที่เราทำงานได้ประมาณ 5 เดือน ทำตามความปรารถนาของตัวเองอีกเช่นเคย ถ้าเรามีงบพอที่จะทำได้ เราออกเดินทางเสมอค่ะ ทุกครั้งที่เราเดินทางเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ และมุมมองที่กว้างขึ้น พร้อมกับไอเดียที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น

ออกเดินทางเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศ แต่จงเดินทางไปในที่ไกลๆที่เราไม่เคยได้ไปเห็น เชื่อเถอะว่ามีอะไรหลายอย่างรอให้เราเรียนรู้อยู่ ณ ที่เหล่านั้น

 

– ความผิดพลาดและการค้นพบ –

เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวในชีวิต แม้จะเล่าไม่ได้มาก ก็อยากใส่ลงมาในบล็อกนี้… เราล้มเหลวในบางเรื่องและสูญเสียบางอย่างไป จากการมีนิสัยเสียที่ชอบเก็บอะไรไว้คนเดียว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเลยทำให้เราทุกข์ยิ่งกว่าเดิม ท้ายที่สุดมีคนสำคัญที่รู้เรื่องไม่กี่คน แต่นั่นก็เพียงพอที่เราจะได้รับกำลังใจและก้าวผ่านความผิดพลาดครั้งนี้มาได้อีกครั้ง และทำให้เรารู้ตัวว่าเราเข้มแข็งขึ้นมาก

“What really belongs to you, it will always come back. You just have to wait for the right time.”

แต่ในปีเดียวกันนี้ แม้เราจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป เราก็ได้อะไรบางอย่างกลับคืนมา บางอย่างที่เราคิดว่าเราค้นพบมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยรู้ ไม่เคยมองเห็น หรืออาจรับรู้ได้แต่ไม่เคยจะทำอะไรสักอย่างกับมัน และอาจเพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นของเรา สุดท้ายมันเลยกลับมาหาเราก็เป็นได้ หรือในทางกลับกัน มันอาจเป็น ‘where I belong’ โชคชะตาถึงนำพาเรากลับไปหามันก็เป็นได้ มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมากมายที่นำพาสิ่งสำคัญสิ่งนี้กลับมาหาเรา ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เป็นแบบที่เป็นในปัจจุบัน และเราก็อยากให้มันเป็นเช่นนี้ในอนาคตเรื่อยไป : )

 

– เดือนธันวาคม –

เดือนเกิดของเรา เดือนที่สำคัญที่สุด ปกติถ้าอยู่บ้านเราจะไปกราบไหว้พ่อแม่ ขอบคุณที่มอบชีวิต ขอโทษที่ทำให้แม่เจ็บ แต่วันเกิดปีนี้เราไม่ได้กลับบ้าน จึงทำได้แค่ส่งเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือ

เหลือเชื่อที่ภายในแค่เดือนเดียว มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทั้งเหตุการณ์ที่ทำให้เรามีความสุขมาก และเหตุการณ์ที่เศร้ามาก โกรธจนน้ำตาไหล เป็นเดือนที่อุดมไปด้วยความรู้สึกครบครัน อีกทั้งเป็นเดือนส่งท้ายปีเก่า ขอบคุณครอบครัว เพื่อน และคนสำคัญที่ทำให้วันเกิดของเรามีความหมายยิ่งขึ้นด้วยนะคะ รู้สึกดีใจที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ทุกวันนี้จริงๆ

 

– สิ่งสำคัญที่ควรได้รับความสำคัญ –

ชีวิตคนเรามันสั้น เวลามีใช้สอยน้อย นอกจากจะให้เวลากับสิ่งที่รักแล้ว จงใช้เวลากับคนที่สมควรได้รับความสำคัญ อีกสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในปีนี้คือการให้เวลากับคนที่เราควรจะให้เวลา พ่อแม่และน้องชาย เป็นบุคคลที่เราอยากให้เวลาทั้งชีวิตกับพวกเขามากที่สุด เพราะเมื่อเราถึงจุดย่ำแย่ของชีวิต เราจะมองเห็นพวกเขายืนอยู่ตรงนั้นเสมอ ครอบครัว คนสำคัญที่เราอยากอยู่ด้วยในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งผองเพื่อนสนิท จงมอบเวลาให้แก่เพื่อนที่ยังอยู่กับเรา คนเหล่านี้คือคนที่เข้าใจและรู้จักตัวตนของเราจริงๆ ในทุกๆวันที่ดำเนินไปของชีวิต เราจะเห็นเอง ว่ายังมีเพื่อนคนไหนที่ยังอยู่กับเราบ้าง ผู้ที่มีบุญคุณต่อเรา ผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือประคับประคองเรา จงให้ความสำคัญกับพวกเขา

 

ในที่สุดก็เขียนบล็อกแรกจบ สำเร็จแล้วของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง เป็นการบอกลาปีเก่าไปในตัว… ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนจบปี 2013 ขึ้นปีใหม่แล้ว ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวในปี 2014 อีกปีนะคะ

“สวัสดีปีใหม่ค่ะ” (-/\-)

4 Comments Add yours

  1. Best says:

    อ่านและนะแป้งดีมากๆเลย ยินดีกับแป้งนะที่ผ่านทุกๆอย่างมาได้และโตขึ้นทุกวัน:)

  2. เดี๋ยว ไปเขียนมั่งดีก่า

  3. BELLE says:

    อ่านไปยิ้มไป ^^ พี่สาวเค้าโตแว้ว ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และอายุ! 5555555 ชอบอ้ะ เขียนอีกนะ จาเข้ามาอ่าน ❤ รุสึกว่าชั้นอยุกะแกทุกช่วงชีวิตที่เขียนมาเระ 5555555 อยู่ข้างๆกันอย่างงี้ตลอดไปนะ… : )

  4. idevkitti says:

    อ่านแล้วรู้สึกดี มีความสุขมากครับ ได้รับแรงบรรดาลใจจากเรื่องราว หลายๆ เรื่องของ @PinkiiGirl
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่น่าอ่าน และมีประโยชน์แบบนี้
    เข้ามาเขียนให้อ่านบ่อยๆ นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s